บทที่ 4 วิวาห์ฉุกเฉิน ทวงคืนหัวใจ EP4
ตู้เสื้อผ้าแบบบิลต์อินเรียงรายไปด้วยชุดเดรสหลากสไตล์ เสื้อผ้าแบรนด์เนมคอลเลกชันล่าสุดถูกแขวนไว้อย่างเป็นระเบียบแยกตามเฉดสี ชั้นวางด้านข้างเต็มไปด้วยกระเป๋าหนังราคาแพงและรองเท้าส้นสูงดีไซน์หรูหรา ทุกชิ้นยังคงมีป้ายราคาห้อยติดอยู่ และที่น่าตกใจที่สุดคือของทุกอย่างเป็นไซส์ของเธอพอดีเป๊ะราวกับถูกสั่งตัดมาตามขนาดตัวของเธอโดยเฉพาะ
“ฉันให้เลขาจัดการเตรียมไว้ให้ตั้งแต่ช่วงบ่าย”
เสียงราบเรียบของอาทิตย์ตะวันดังขึ้นจากทางด้านหลัง แก้วกรุณาสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองชายหนุ่มที่ยืนพิงกรอบประตูห้องอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นสายตาตั้งคำถามของเธอ
“ภรรยาของประธานภักดีกรุ๊ปจะสวมเสื้อผ้าย้วยๆ หรือถือกระเป๋าขาดๆ เดินเคียงข้างฉันไม่ได้ มันจะทำให้ภาพลักษณ์ของบริษัทป่นปี้” เขาอธิบายด้วยน้ำเสียงไร้เยื่อใย “พรุ่งนี้เช้าฉันจะพาเธอไปทำความรู้จักกับคนในครอบครัว เลือกชุดที่ดูเป็นผู้ดีที่สุดใส่ซะ แล้วเตรียมตัวรับมือกับสงครามประสาทที่เธอกำลังจะต้องเผชิญ”
ร่างสูงสง่าหมุนตัวเดินจากไป ทิ้งให้แก้วกรุณายืนคว้างอยู่ท่ามกลางกองสมบัติราคาแพงลิบลิ่ว หญิงสาวทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้สตูลบุนวมหน้าโต๊ะเครื่องแป้งอย่างหมดแรง เธอมองภาพสะท้อนของตัวเองในกระจกเงาบานใหญ่ ผู้หญิงผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้าซีดเซียว สวมเสื้อยืดสีซีดและกางเกงยีนส์ตัวเก่า คนที่เคยกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปประทังความหิวเพื่อเก็บเงินทุกบาททุกสตางค์ไปใช้หนี้ ตอนนี้กลับถูกล้อมรอบด้วยข้าวของเครื่องใช้ราคาหลักแสน
หญิงสาวแค่นหัวเราะให้กับโชคชะตาที่เล่นตลกกับชีวิตของเธออย่างร้ายกาจ มือบางเอื้อมไปลูบเนื้อผ้าไหมอิตาลีราคาแพงที่แขวนอยู่ใกล้ตัว มันนุ่มลื่นและให้สัมผัสที่แตกต่างจากเสื้อผ้าตลาดนัดที่เธอเคยสวมใส่อย่างสิ้นเชิง นี่คือโลกใบใหม่ที่อาทิตย์ตะวันหยิบยื่นให้ โลกที่ฉาบเคลือบไปด้วยความมั่งคั่งและอำนาจ ทว่าเนื้อแท้ของมันกลับเย็นเยียบและเต็มไปด้วยการหลอกลวง เธอไม่ได้ถูกยกระดับฐานะให้กลายเป็นนายหญิง แต่เธอกำลังถูกจับแต่งตัวเป็นตุ๊กตากระเบื้องเคลือบราคาแพง ตุ๊กตาที่ถูกซื้อมาเพื่อใช้งานเป็นเกราะกำบังในเกมการเมืองของครอบครัวเขา
‘พรุ่งนี้สินะ...นรกขุมใหม่ของจริง’
เธอพึมพำกับตัวเองในใจ พลางหลับตาลงเพื่อซึมซับความเหนื่อยล้าที่สะสมมาทั้งวัน พรุ่งนี้เธอจะต้องเผชิญหน้ากับครอบครัวของเขา ครอบครัวที่อาทิตย์ตะวันเปรียบเปรยว่าเป็นนรกขุมใหม่ เธอไม่มีทางรู้เลยว่ามีอะไรรออยู่เบื้องหน้า แต่ในเมื่อก้าวข้ามเส้นแบ่งเขตแดนเข้ามาในถิ่นของเสือแล้ว เธอต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเอาชีวิตรอดให้ได้ แม้จะต้องสวมหน้ากากและเล่นละครตบตาคนทั้งโลกก็ตาม
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งแสงเข้ามาตกกระทบใบหน้าเนียนใส แก้วกรุณาขยับเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นอย่างเชื่องช้า ความรู้สึกแปลกที่และกลิ่นหอมอ่อนๆ ของเครื่องปรับอากาศทำให้เธอตระหนักได้ว่าเรื่องราวบ้าบอเมื่อคืนไม่ใช่ความฝัน หญิงสาวหยัดกายลุกขึ้นนั่งบนเตียงหนานุ่ม กวาดสายตามองความหรูหราที่โอบล้อมรอบตัวด้วยความรู้สึกว่างเปล่า เธอไม่มีเวลามานั่งทอดถอนใจหรือสมเพชโชคชะตาตัวเอง อาทิตย์ตะวันสั่งให้เธอเตรียมตัวรับมือกับครอบครัวของเขา และเธอต้องทำให้ดีที่สุดเพื่อพิสูจน์ว่าเงินสิบล้านที่เขาจ่ายไปจะไม่สูญเปล่า
ร่างบางก้าวเข้าไปในห้องน้ำหรูหรา จัดการอาบน้ำชำระล้างความเหนื่อยล้า ก่อนจะเดินเข้าไปในโซนแต่งตัวแบบวอล์กอินคลอเซต เธอไล่สายตาไปตามราวแขวนเสื้อผ้าแบรนด์เนม ก่อนจะตัดสินใจหยิบชุดเดรสสีครีมเรียบหรูที่ดูไม่ฉูดฉาดจนเกินไปออกมาสวมใส่ เนื้อผ้าไหมอิตาลีทิ้งตัวสวยรับกับรูปร่างเพรียวบางของเธออย่างพอดี แก้วกรุณาเกล้าผมขึ้นอย่างเรียบร้อย ปล่อยปอยผมตกลงมาระกรอบหน้าเล็กน้อย แต่งแต้มเครื่องสำอางเพียงบางเบาเพื่อปกปิดรอยคล้ำใต้ตา หญิงสาวมองภาพสะท้อนของตัวเองในกระจกเงา สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสร้างเกราะกำบังให้จิตใจ นี่คือสมรภูมิแรกที่เธอต้องเผชิญในฐานะนายหญิงแห่งภักดีกรุ๊ป
เมื่อความกล้าหาญถูกเรียกกลับคืนมา หญิงสาวจึงเปิดประตูห้องนอนและก้าวเดินออกไปยังโถงทางเดิน ทว่าเสียงส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนที่ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอจากบริเวณห้องรับแขกกลับทำให้ฝีเท้าของเธอชะงักลง หญิงสาวขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ ก่อนจะค่อยๆ ก้าวเดินต่อไปจนกระทั่งภาพของผู้มาเยือนปรากฏชัดเจนแก่สายตา
สตรีวัยกลางคนรูปร่างระหงกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังตัวใหญ่กลางห้อง ชุดสูทสั่งตัดสีน้ำเงินเข้มและเครื่องประดับเพชรน้ำงามที่สวมใส่บ่งบอกถึงฐานะอันมั่งคั่งและอำนาจล้นมือ ใบหน้าสวยเฉี่ยวที่ถูกแต่งแต้มอย่างประณีตหันมามองเธอทันทีที่ได้ยินเสียงฝีเท้า นัยน์ตาคมเฉี่ยวกวาดมองแก้วกรุณาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยสายตาประเมินค่าและเหยียดหยามอย่างไม่ปิดบัง
แก้วกรุณาจดจำผู้หญิงคนนี้ได้แม่นยำจากหน้าข่าวสังคมเศรษฐกิจ คุณหญิงดาริกา ภรรยาใหม่ของอดีตประธานเครือภักดีกรุ๊ปและเป็นมารดาเลี้ยงของอาทิตย์ตะวัน ผู้หญิงที่สื่อมวลชนต่างขนานนามว่าเป็นนางพญาแห่งวงการอสังหาริมทรัพย์
“ไม่คิดจะทักทายผู้หลักผู้ใหญ่หน่อยหรือ” น้ำเสียงของดาริกาหวานหยดย้อย ทว่าแววตากลับแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยความรังเกียจ “หรือว่าการศึกษาที่พ่อแม่สั่งสอนมามันไม่ครอบคลุมถึงเรื่องมารยาทพื้นฐานทางสังคม”
